หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หญ้าคา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หญ้าคา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หญ้าคา เพื่อ สุขภาพ

หญ้าคา หรือ ไป่เหมาเกิน (Blady Grass, Cogon Grass)

ชื่อวงศ์               Poaceae หรือ Gramineae
ชื่อวิทยาศาสตร์     Imperata cylindrica (L.) P.Beauv

หญ้าคาเป็นวัชพืชท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชีย และสามารถแพร่กระจายไปได้ทั่วโลกที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ซึ่งสร้างปัญหาให้กับพื้นที่เพาะปลูกเป็นอย่างมากโดยติดอันดับ 1 ใน 10 ของวัชพืชที่แย่ที่สุดของโลก  แต่หญ้าคาก็พอมีประโยชน์อยู่บ้างโดยสามารถนำไปมุงหลังคาได้เช่นเดียวกับใบจาก ซึ่งจะพบได้ตามบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชนบทในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คนส่วนใหญ่จะรู้จักหญ้าคาว่าเป็นวัชพืชที่ต้องกำจัด แต่จริงๆแล้วหญ้าคาจัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งเช่นกันที่มีการนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณ โดยส่วนที่นิยมนำมาปรุงเป็นยาสมุนไพรคือส่วนราก ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงคุณประโยชน์ของรากหญ้าคา

องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญที่พบในรากหญ้าคา

รากหญ้าคา
Photo CR: http://medicineplants.blogspot.com/
2012/03/imperata-cylindrica.html

สารประกอบฟินอลิก (phenolic compounds)(1-4), โครโมน (chrmones)(5,6), ไตรเตอร์ปินอยด์ (triterpenoid)(7), เซสควิทเตอร์ปินอยด์ (sesquiterpenoids)(8), โพลีแซคคาไรด์(9)

คุณสมบัติที่สำคัญในการป้องกันรักษาโรค


ต้านอักเสบ

สารประกอบฟินอลิกที่มีชื่อว่า ไซลินดอลเอ (cylindol A) ที่พบในรากหญ้าคามีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ไลพอกซีจีเนส (5-lipoxygenase)(2) ซึ่งจะลดการสลายกรดไขมันอะแรกชิโดนิก (arachidonic acid) ที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นสารก่ออักเสบ

ต้านเลือดเหนียว

สารประกอบฟินอลิกที่มืชื่อว่า อิมพีรานีน (imperanene) ที่พบในรากหญ้าคามีคุณสมบัติในการยับยั้งการเกาะตัวกันของเกร็ดเลือด(3)

ขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิต

สารประกอบฟินอลิกในกลุ่มลิกแนนที่มีชื่อว่า (graminone B) และเซสควิทเตอร์ปินอยด์ที่ชื่อว่าไซลินดรีน (cylindrene)  ที่พบในรากหญ้าคามีคุณสมบัติในการขยายหลอดเลือด (vasodilative activity) โดยพบว่าสามารถยับยั้งการหดรั้งของหลอดเลือดแดงในกระต่าย(4,8)  ซึ่งคุณสมบัตินี้มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต ดั่งเช่นที่พบว่าสารสกัดจากหญ้าคาสามารถลดความดันโลหิตในหนูทดลองได้(10)

ปกป้องเซลล์สมอง

สารโครโมนที่พบในรากหญ้าคามีคุณสมบัติในการป้องกันเซลล์สมองถูกทำลายจากสารเคมีที่เป็นพิษ(5)

เพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกัน

โพลีแซคคาไรด์ที่พบในรากหญ้าคามีคุณสมบัติในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน(9)

ต้านจุลชีพ

มีการศึกษาสารสกัดจากใบและรากของหญ้าคาพบว่าสารที่สกัดได้ทั้งจากใบ และรากของหญ้าคามีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคได้ ซึ่งได้แก่ แบคทีเรีย B. subtilis, P aeruginosa, E. coli, S. aureus และ ยีสต์ C. albicans(11)

การศึกษาความเป็นพิษ


ไม่พบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสารสกัดน้ำจากรากหญ้าคาในการป้อนทางปากหนูขาว(ตัวผู้ 5 และตัวเมีย 5)ในปริมาณ 5000 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.  และไม่พบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังในการป้อนทางปากหนูขาว(ตัวผู้ 10 และตัวเมีย 10) ในปริมาณ 300, 600 และ 900 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เป็นระยะเวลา 90 วัน(12)

การนำไปใช้ในการแพทย์แผนโบราณ


มีใช้ในการแพทย์แผนโบรารณในประเทศแถบเอเชียได้แก่ จีน อินเดีย ศรีลังกา ซาอุดิอาราเบีย เวียดนาม และไทย(13-16) 

สรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนจีนคือ รสอมหวานเย็น มีฤทธิ์ห้ามเลือด ทำให้เลือดเย็น ใช้รักษาอาการเลือดออกจากภาวะเลือดร้อน เช่น เลือดกำเดา ไอ อาเจียน ปัสสาวะเป็นเลือด และมีฤทธิ์ระบายความร้อน และขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ ปัสสาวะร้อนมีสีเข้ม(17)

สรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนไทยคือ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้อักเสบในทางเดินปัสสาวะ บำรุงไต แก้น้ำดีซ่าน แก้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร(17)

การนำไปใข้

การแพทย์แผนจีน                  ใช้ 9-30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม(17)
การแพทย์แผนไทย                ใช้ 1 กำมือ (สด 40-50 กรัม หรือ แห้ง 10-15 กรัม) หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มน้ำรับประทานวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา(75 มล.)(17)

ในประเทศศรีลังกามีการใช้รากหญ้าคา 60 กรัม ต้มในน้ำปริมาณ 1920 มล. เคี่ยวจนเหลือปริมาณน้ำ 240 มล. ใช้ดื่มรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด (dysuria) และภาวะมีประจำเดือนมากผิดปรกติ (menorrhagia)(14)

ส่วนใหญ่ในการแพทย์แผนโบราณของประเทศต่างๆมีความเชื่อว่ารากหญ้าคามีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ แต่อย่างไรก็ดียังไม่มีงานวิจัยชัดเจนที่สามารถยืนยันสรรพคุณการขับปัสสาวะของรากหญ้าคาได้ ซึ่งยังคงต้องศึกษากันต่อไป(13) 



ที่มา

  1. LIU, R. H., CHEN, S. S., REN, G., SHAO, F., & HUANG, H. L. (2013). Phenolic Compounds from Roots of< i> Imperata cylindrica</i> var.< i> major</i>. Chinese Herbal Medicines, 5(3), 240-243.
  2. Matsunaga, K., Ikeda, M., Shibuya, M., & Ohizumi, Y. (1994). Cylindol A, a novel biphenyl ether with 5-lipoxygenase inhibitory activity, and a related compound from Imperata cylindrica. Journal of natural products, 57(9), 1290-1293.
  3. Matsunaga, K., Shibuya, M., & Ohizumi, Y. (1995). Imperanene, a novel phenolic compound with platelet aggregation inhibitory activity from Imperata cylindrica. Journal of natural products, 58(1), 138-139.
  4. Matsunaga, K., Shibuya, M., & Ohizumi, Y. (1994). Graminone B, a novel lignan with vasodilative activity from Imperata cylindrica. Journal of natural products, 57(12), 1734-1736.
  5. Yoon, J. S., Lee, M. K., Sung, S. H., & Kim, Y. C. (2006). Neuroprotective 2-(2-Phenylethyl) chromones of Imperata c ylindrica. Journal of natural products,69(2), 290-291.
  6. LIU, X., ZHANG, B. F., YANG, L., CHOU, G. X., & WANG, Z. T. (2013). Two new chromones and a new flavone glycoside from< i> Imperata cylindrica</i>.Chinese Journal of Natural Medicines, 11(1), 77-80.
  7. Nishimoto, K., Ito, M., Natori, S., & Ohmoto, T. (1968). The structures of arundoin, cylindrin and fernenol: Triterpenoids of fernane and arborane groups of imperata cylindrica var. koenigii. Tetrahedron, 24(2), 735-752.
  8. Matsunaga, K., Shibuya, M., & Ohizumi, Y. (1994). Cylindrene, a Novel Sesquiterpenoid from Imperata clylindrica with Inhibitory Activity on Contractions of Vascular Smooth Muscle. Journal of natural products, 57(8), 1183-1184.
  9. Pinilla, V., & Luu, B. (1999). Isolation and partial characterization of immunostimulating polysaccharides from Imperata cylindrica. Planta medica,65(06), 549-552.
  10. Ruslin et al., (2013). Anti-hypertensive activity of Alang-Alang(Imperata cylindrical (L.) Beauv. Root metanolic extract on male Wistar rat. Int.J. Res.Pharm.Sci., 4(4), 537-542.
  11. ISMAIL, A. F. H., SAMAH, O. A., & Sule, A. (2011). A preliminary study on antimicrobial activity of Imperata cylindrica. Borneo Journal of Resource Science and Technology, 1(1), 63-66.
  12. Chunlaratthanaphorn, S., Lertprasertsuke, N., Srisawat, U., Thuppia, A., Ngamjariyawat, A., Suwanlikhid, N., & Jaijoy, K. (2007). Acute and subchronic toxicity study of the water extract from root of Imperata cylindrica (Linn.) Raeusch. in rats. Songklanakarin Journal of Science and Technology, 29(1), 141-155.
  13. Wright, C. I., Van-Buren, L., Kroner, C. I., & Koning, M. M. G. (2007). Herbal medicines as diuretics: a review of the scientific evidence. Journal of ethnopharmacology, 114(1), 1-31.
  14. Ediriweera, E. R. H. S. S. (2010). A review on medicinal uses of weeds in Sri Lanka. Tropical Agricultural Research and Extension, 10, 11-16.
  15. Youssef, R. S. Medicinal and non-medicinal uses of some plants found in the middle region of Saudi Arabia. Medicinal Plants Research, 2501.
  16. Simha, G. V., Kumar, M. A., Rajesh, S., Panda, P., & Rao, M. M. (2012). Evaluation of Physicochemical Parameters of Imperata cylindrica (Linn) Beauv Root Used in Ayurvedic Formulations. Research Journal of Pharmacy and Technology, 5(10), 1352-1355.
  17. กรมพัฒณาการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, (2551). หญ้าคา. ใน คู่มือการใช้สมุนไพรไทย-จีน. (เย็นจิตร เตชะดำรงสิน, บรรณาธิการ). หน้า 182-184. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการโรงพิม องค์การทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์